blogger อันนี้สร้างขึ้นมา ไม่ได้เจตนา กล่าวอ้างหรือกล่าวหาผุ้อื่น และคำว่าสาระแนก้มิได้เปนคำหยาบคาย เนื่องจากเปนการสำรวจแบบที่ผุ้ถุกสำรวจไม่รุ้ ตัว และอาจไม่เต้มใจ แต่ก้ไม่ได้ล่วงเกิน จนละเมิดสิททิ เนื่องจากเราสำรวจและวิ เคราะห้หลายด้านทั้งสภาพจราจร และพาหนะหลายล้อ หลายรุปแบบ จึงเปนที่มาของ สาระแนหลายล้อ

ปัญหาผู้ใช้ยานพาหนะ



ปัญหาจากผู้ใช้ยานพาหนะ
เป็นสิ่งที่เราทำมันเอง โดยที่เราประมาท หรืออาจจะคิดว่ามันไม่เป็นไร
การจราจรตอนหัวค่ำ แออัด มากๆๆ
         
นี่ก็แน่น ไปแทบไม่ได้เลย
 

ไอ้นั่น!!! ก็ไม่เปิดไฟเลี้ยว เกือบชน เหอะๆ


ไม่สวมหมวกกันน็อก  เป็นปัญหาที่สำคัญระดับชาติ  เพราะหลายสิบปีมาแล้ว ปัญหานี้ก็ไม่อาจแก้ไขได้หมด แต่ก็ต้องศึกษาหาวิธีแก้ไขต่อไป  เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะได้เก็บ
 สมองง่ายๆ


 สาเหตุ
        -   คิดว่าไม่เป็นไร  ขี่ทางใกล้ๆ
          -  กลัวผมเสียทรง
          -  กลัวโดนขโมยหมวกกันน็อก  พกพาลำบาก
          -   ร้อน อึดอัด  ไม่สบาย เหม็น สกปรก
          -   ใครๆ ก็ไม่ใส่กัน  ใส่แล้วเดี๋ยวแปลก  คนอื่นจะมอง อาย
          -   ไม่มีตำรวจจับ
          แนวทางและวิธีการแก้ไข
          -   รณรงค์ให้ใส่หมวกกันน็อก
          -   (สำหรับนิสิต)  ใครใส่หมวกกันน็อกไปเรียน  หรือขับรถไปที่อื่น  จะได้รับคะแนนช่วยในแต่ละวิชา  (อิอิ)
         
ไม่เคารพกฎจราจร  เป็นปัญหาอีกอย่างที่เป็นมานาน  ด้วยเหตุที่ว่าเป็นคนไทย ทำอะไรต้องสบาย  (ตามใจคือไทยแท้)  และคิดว่าตัวเองทำไปไม่เป็นไร คนอื่นก็ทำไม่ว่ากันเกิดทั้งหญิง และชาย  ทั้งไม่เปิดไฟเลี้ยว  ขี่ย้อนศร  เมาแซงทางซ้าย  และอื่นๆอีก
          สาเหตุ
          -   คิดว่าอุบัติเหตุมีน้อย
          -   คิดว่าไม่อันตราย  หากเพิ่มความระมัดระวัง
          -  คิดว่าอุบัติเหตุเกิดจากโชคชะตา
          -  การรู้เท่าไม่ถึงการณ์
        -   ตำรวจไม่จับ
          แนวทางและวิธีการแก้ไข
        -   ช่วงเย็นให้ตำรวจ  หรือ รปภ. มาอำนวยการจราจร  (ควบคุมรถยนต์ และจักรยานยนต์)
          -   รณรงค์ให้ปฏิบัติตามกฎจราจร
         
การขับรถไว   ส่วนใหญ่ ปัญหานี้จะเกิดในเพศชาย  วัยคึกคะนอง หรือแก่แล้วแต่ยังคะนองอยู่  ไม่กลัวตายา  เหมือนผ่านความตายมาแล้วอย่างโชคโชน โดยเฉพาะ รถส่งน้ำแข็ง (ซาเล้งแดง) ขับเร็วมาก
          สาเหตุ
        -   คิดว่าไม่อันตราย ขับรถชำนาญแล้ว
          -   เท่ห์  ขับโชว์ชาวบ้าน
          แนวทางและวิธีการแก้ไข
        -   โดยเฉพาะรถส่งน้ำแข็ง ไปขอความกรุณาเจ้าของร้านบอกให้คนขับรถส่งน้ำแข็งอย่าขับรถไว
          -  ทำลูกระนาดเล็กๆ

ปัญหาผู้ขับขี่ไม่เปิดไฟเลี้ยว

        ปัญหานี้คือ การใช้ไฟเลี้ยว หรือไฟขอทาง  ซึ่งเรียกในภาษากฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ฯ ด้วยถ้อยคำที่เชยสะบัดว่า "สัญญาณยกเลี้ยวสีเหลืองอำพัน"  !!!
มาตรา ๓๘ (๒) เขียนไว้ดังนี้ครับ "เมื่อจะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องเดินรถ หรือแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น  ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณยกเลี้ยวสีเหลืองอำพัน  หรือให้สัญญาณกระพริบสีขาวหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่หน้ารถหรือข้างรถ  และไฟสัญญาณกระพริบสีแดงหรือสีเหลืองอำพันที่ติดอยู่ท้ายรถไปในทิศทางที่จะ เลี้ยว เปลี่ยนช่องเดินรถ หรือแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น"





จากการสังเกตของตัวผมเอง และการสดับตรับฟังจากคนอื่น  พบว่าระยะหลัง ๆ มานี้ (ความจริงก็นานพอดูแล้ว)  ผู้ใช้รถใช้ถนนมักไม่ชอบเปิดไฟเลี้ยว  เอากันตั้งแต่การเปลี่ยนเลน (พูดตามภาษาราชการคือ เปลียนช่องเดินรถ)  ที่เปิดไฟเลี้ยวกันน้อยมาก  มีการให้เหตุผลกันทำนองว่า  เมื่อเปิดไฟขอทางแล้ว มักไม่ได้ทาง (ไหงเป็นงั้น)  เพราะเหตุว่าเพื่อนร่วมทางอันแสนจะใจร้อนของเรา มักจะไม่ยอมเปิดทางให้  แม้มีการ "ขอ" ทาง  เลยอนุมานกันจนรับรู้กันไปทั่วว่า อย่าเปิดไฟขอทางดีกว่า มิฉะนั้นอีกคันหนึ่งจะเร่งความเร็วขึ้นมาแทนการให้ ทาง
แต่ไม่รู้สินะครับ  ส่วนใหญ่แล้วผมจะให้สัญญาณไฟทุกครั้ง นอกจากเวลาถนนโล่ง ๆ  ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ประมาณร้อยละ ๘๐ ก็จะให้ทางนะครับ  ถ้าคุณให้สัญญาณไฟแต่เนิ่น ๆ  ไม่ใช่ว่าจะขอทางแล้วเลี้ยวปุ๊บเลี้ยวปั๊บ  และกรณีตรงข้าม คือ ถ้าผมเห็นสัญญาณไฟขอทางจากรถคันอื่น ผมก็จะให้ทางเสมอ  จะมีข้อยกเว้นก็คืออย่างที่บอกตอนแรก  คือ เปิดไฟขอทางแบบปุบปับ ปัจจุบันทันด่วน  ซึ่งไม่ใช่จังหวะที่จะให้ทางกันได้  กับอีกกรณีหนึ่งคือ ขับแบบจึ๊ก ๆ จั๊ก ๆ จะเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟขอทาง  อันนี้ผมจะเร่งความเร็วขึ้นทันที
ประการต่อมานี่สิ น่าชยันโตมากกว่าประการอื่นใดเป็นที่สุด  นั่นก็คือ รถที่ติดไฟแดงรอเลี้ยวขวา  แต่กลับไม่เปิดไฟเลี้ยว  ทำให้รถที่ขับมาตามหลังไม่ทราบว่า คุณจะตรงไปข้างหน้า หรือจะเลี้ยวขวา  ซึ่งตามหลักก็ต้องเดาว่าคุณจะตรงไป  แต่กลับไม่ใช่  ดังนั้นรถที่จอดต่อท้าย จะต้องเปลี่ยนเลนไปเลนซ้าย ซึ่งก็ต้องผจญกับปัญหาการไม่ให้ทางกันง่าย ๆ อีก
ผมเดาเอานะครับว่า คงมีความเข้าใจผิดอะไรกันบางอย่างว่า  การเปิดไฟเลี้ยวเวลาจะเลี้ยว คือเปิดให้รถที่วิ่งสวนมาทราบว่าตัวจะเลี้ยว  แต่ความจริงแล้ว การเปิดไฟเลี้ยวเป็นการให้สัญญาณแก่รถที่วิ่งสวนมาในทิศทางตรงข้าม  และเป็นการให้สัญญาณแก่รถที่ตามหลังมาด้วย  เพราะบ่อยครั้ง ที่ผมพบว่าเขาเหล่านั้นไม่เปิดไฟรอเลี้ยว  แต่เมื่อได้ไฟเขียวแล้ว  พอตอน "จะเลี้ยว" ถึงจะเปิดไฟเลี้ยวกันตอนนี้   แต่หนักที่สุดคือ พวกที่ตอนเลี้ยวรถก็ไม่เปิดไฟเลี้ยว  ไม่รู้เป็นโรคอะไร  นาน ๆ จะพบเห็นสักทีหนึ่ง
มาช่วยกันเถิดครับ  มาช่วยกันให้สัญญาณ "ยกเลี้ยวสีเหลืองอำพัน"  เพื่ออารมณ์อันแจ่มใสในการขับรถที่มหานครของเรานี้ !!!

ไม่มีความคิดเห็น: